BumQ

ฝึกลากเส้น

การวิเคราะห์ Forex ขั้นที่ 3 ฝึกลากรูปแบบต่างๆ
หลังจากที่ฝึกหัดการมองเทรนแนวโน้มให้อออกแล้ว ก็เริ่มไปฝึกการมองหา แนวรับ-แนวต้าน รู้จักกันดีแล้วก็เริ่มมองหาจังหวะเข้าซื้อ ขาย ฝึกกันบ่อยๆครับ มองหาให้เจอบ่อยๆ นานๆไปจะทำให้เรามองภาพได้เร็วขึ้นและมองหาจังหวะได้ดีกว่านักลงทุนคนอื่น

ต่อไปก็มารู้จักรูปแบบจากการใช้เส้น TRENDLINE ในการลากรูปแบบต่างๆ ที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า Chart patterns เราจะมาฝึกลากรูปแบบแรก คือ SYMMETRICAL TRIANGLEเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมที่สมดุลกัน ลักษณะจะลากเอียงขาขึ้นและขาลงได้เอียงพอๆ กัน (ดูจากในรูป) ในกรอบสามเหลี่ยมนั่นจะเห็นว่าเปิดกว้างแล้วค่อยๆ เล็กลงจนทำมุมเป็นสามเหลี่ยม เป็นการเล่นราคากันระหว่างแรงซื้อ และแรงขายที่ค่อยๆ บีบตัวจนเกิดรูปแบบดังกล่าว จนกว่าการบีบตัวในกรอบสามเหลี่ยมแคบลง โอกาสที่จะเกิดการระเบิดของราคาก็ยิ่งสูงขึ้น เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมได้ (break out) กราฟก็จะกลับมาวิ่งแรงอีกครั้ง (อธิบายแบบง่ายๆ คือ รอให้ราคาซื้อราคาขายวิ่งในกรอบสามเหลี่ยมจากกว้าง แล้วบีบตัวไปแคบทะลุได้เมื่อไหร่แล้วค่อยพิจารณา ซื้อ ขาย (การทะลุได้ คือการระเบิดที่เกิดจากการบีบตัวของราคาซื้อราคาขายนั่นเอง) )

Symmetrical triangle มีแบบ ขาขึ้น และ ขาลง
และยังสามารถหาเป้าหมาย(target)ของรูปแบบนี้ได้ เป็นเป้าหมายระยะสั้น(ใช้หลักความน่าจะเป็น) (ดูจากรูป)
พื้นฐานจากรูปแบบนี้มาจากการรู้จักเทรนขาขึ้น ขาลง ด้านข้าง ลากเป็นก็สามารถหารู้แบบนี้ได้ มักจะเกิดขึ้นให้เห็นบ่อยๆ








รูปแบบต่อคือ DESCENDING TRIANGLE ขาลง
เป็นรูปแบบสามเหลี่ยมที่สามารถลาก Trendline ได้เทรนขาลงหนึ่งเส้นแล้วลากเส้นตรงในแนวนอนได้อีกหนึ่งเส้น เมื่อลากสองเส้นนี้ได้แล้วก็คือกรอบสามเหลี่ยมของขาลง(descending triangle downtrend ) จากในรูปจะสังเกตุเห็นว่าเมื่อลากกรอบสามเหลี่ยมขาลงได้แล้วจะมีการบีบตัวในกรอบยิ่งแคบมากโอกาสที่จะระเบิดตัวของราคาลงต่อยิ่งมีโอกาสสูงมากขึ้น

ส่วนในกรอบสามเหลี่ยมขาลงนั่น จะสังเกตุเห็นของการลากเส้นตรง บางครั้งอาจจะการเกิด double bottom or triple bottom (false) หลอกเกิดขึ้นแล้วราคาดีดตัวลงไปต่อ จะเห็นว่าไม่ว่ารูปแบบและระบบอะไรก็ตามมักมีหลอกให้เห็นเสมอๆเราควรใช้เครื่องมือกรองกราฟหลายๆชั้นเพื่อพาจังหวะที่ดีที่สุดและผิดทางต้องกล้าที่ stop loss





รูปแบบต่อคือ ASCENDING TRIANGLE ขาขึ้น
เป็น รูปแบบสามเหลี่ยมที่สามารถลาก Trendline ได้เทรนขาขึ้นหนึ่งเส้นแล้วลากเส้นตรงในแนวนอน(ด้านบน)ได้อีกหนึ่งเส้น เมื่อลากสองเส้นนี้ได้แล้วก็คือกรอบสามเหลี่ยมของขาขึ้น(ascending triangle uptrend ) จากในรูปจะสังเกตุเห็นว่าเมื่อลากกรอบสามเหลี่ยมขาขึ้นได้แล้วจะมีการบีบตัว ในกรอบยิ่งแคบมากโอกาสที่จะระเบิดตัวของราคาขึ้นต่อยิ่งมีโอกาสสูงมากขึ้น

ส่วนในกรอบสามเหลี่ยมขาขึ้นนั่น จะสังเกตุเห็นของการลากเส้นตรง บางครั้งอาจจะการเกิด double top or triple top (false) หลอกเกิดขึ้นแล้วราคาดีดตัวขึ้นไปต่อได้




รูปแบบ WEDGES

มีด้วยกัน 2 แบบคือ FALLING WEDGES(เกิด bullish) แบ่งได้อีกสองรูปแบบคือ ในช่วงการเกิดของขาขึ้นและขาลง
RISING WEDGES(เกิด bearish) แบ่งได้อีกสองรูปแบบคือ ในช่วงการเกิดของขาขึ้นและขาลง

FALLING WEDGES(เกิด bullish)ของในช่วงขาขึ้นจะสามารถลากกรอบสามเหลี่ยมได้ในช่วงเทรนขาขึ้น(ช่วงพักตัวของเทรนขาขึ้น)เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมขึ้นไปต่อได้คือการเกิด break out ของ FALLING WEDGE IN AN UPTREND (BULLISH)แล้วจะวิ่งขึ้นไปต่อ

FALLING WEDGES(เกิด bullish)ของในช่วงขาลงจะสามารถลากกรอบสามเหลี่ยมได้ในช่วงเทรนขาลง(ช่วงพักตัวของปลายเทรนขาลง)เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมขึ้นไปต่อได้คือการเกิด break out ของ FALLING WEDGE IN A DOWNTREND(BULLISH)แล้วจะวิ่งเปลื่อนทิศจากขาลงไปเป็นขาขึ้น

RISING WEDGES(เกิด bearish)ของในช่วงขาขึ้นจะสามารถลากกรอบสามเหลี่ยมได้ในช่วงเทรนขาขึ้น(ช่วงพักตัวของปลายเทรนขาขึ้น)เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมลงมาได้คือการเกิด break out ของ RISING WEDGE IN AN UPTREND (BEARISH)แล้วจะวิ่งเปลื่อนทิศจากขาขึ้นไปเป็นขาลง

RISING WEDGES(เกิด bearish)ของในช่วงขาลงจะสามารถลากกรอบสามเหลี่ยมได้ในช่วงเทรนขาลง(ช่วงพักตัวของเทรนขาลง)เมื่อทะลุกรอบสามเหลี่ยมลงไปต่อได้คือการเกิด break out ของ RISING WEDGE IN A DOWNTREND (BEARISH) แล้วจะวิ่งลงไปต่อ







รูปแบบ RECTANGLES

มีรูปแบบด้วยกัน 2 แบบ คือ RECTANGLE UPTREND (เกิด bullish)
เป็นรูปแบบเส้นขนานกันสองเส้นในแนวโน้มขาขึ้น(ช่วงพักตัว)เมื่อลากกรอบเส้นขนานได้แล้วหลุดกรอบได้เกิด break out แล้วขึ้นต่อ


RECTANGLE DOWNTREND (เกิด bearish)
เป็นรูปแบบเส้นขนานกันสองเส้นในแนวโน้มขาลง(ช่วงพักตัว)เมื่อลากกรอบเส้นขนานได้แล้วหลุดกรอบได้เกิด break out แล้วลงต่อ





รูปแบบ FLAGS AND PENNANTS

รูปแบบ FLAGS จะเป็นรูปแบบ ธง(ขนานด้านข้าง)จะเกิดช่วงพักตัวของแนวโน้ม มี 2 แบบคือ

ขาขึ้น(uptrend)เมื่อเราลากเส้น trendlind ได้รูป ธง(แบบขนานด้านข้าง) ทะลุขึ้นไปได้เรียกว่า break out วิ่งขึ้นไปต่อ

ขาลง(downtrend)เมื่อเราลากเส้น trendlind ได้รูป ธง(แบบขนานด้านข้าง) ทะลุลงไปได้เรียกว่า break out วิ่งลงไปต่อ


รูปแบบ PENNANTS จะเป็นรูปแบบ ธงสามเหลี่ยม จะเกิดช่วงพักตัวของแนวโน้ม มี 2 แบบคือ

ขาขึ้น(uptrend)เมื่อเราลากเส้น trendlind ได้รูป ธงสามเหลี่ยม ทะลุขึ้นไปได้เรียกว่า break out วิ่งขึ้นไปต่อ

ขาลง(downtrend)เมื่อเราลากเส้น trendlind ได้รูป ธงสามเหลี่ยม ทะลุลงไปได้เรียกว่า break out วิ่งลงไปต่อ








รูปแบบ HEAD AND SHOULDERS

head and shoulders pattern นั่นจะมี หัว และ ไหล่(ด้านซ้ายและขวา) จะมี head and shoulders ของขาขึ้น และ ขาลง

ส่วนใหญ่จะเรียก head and shouldersขาขึ้นว่า หัวตั้ง(ด้านบน) เมื่อเกิดแบบนี้แล้วจะเป็นการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลงแรงๆเสมอ ลักษณะนี้จะมี หัวอยู่บนสุด และไหล่ทั้งซ้ายและขวาต้องไม่สูงกว่าหัว ถึงจะเรียกว่า head and shoulders(หัวตั้งด้านบน) เมื่อเกิดแล้วต้องสามารถลากเส้น neckline ได้เพื่อ confirm การลง


ส่วน head and shouldersขาลง เรียกว่าหัวกลับ(ด้านล่าง) เมื่อเกิดแบบนี้แล้วจะเป็นการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้นแรงๆเสมอ ลักษณะนี้จะมี หัวอยู่ล่างสุด และไหล่ทั้งซ้ายและขวาต้องไม่สูงกว่าหัว ถึงจะเรียกว่า head and shoulders(หัวกลับด้านล่าง) เมื่อเกิดแล้วต้องสามารถลากเส้น neckline ได้เพื่อ confirm การขึ้น


ที่สำคัญ หัวต้องอยู่สุงและต่ำกว่าไหล่เสมอๆ ไม่ว่าจะมีไหล่ขวากี่ครั้ง ไหล่ซ้ายกี่ครั้ง แต่หัวต้องสูงกว่าและต่ำกว่าเสมอๆ ถึงจะเรียกว่า head and shouldersของขาขึ้น ขาลงนั่นๆ






รูปแบบ Triple top และ Triple bottom

Triple top ลักษณะจะเกิดการทำราคาดีดตัวไปชน แนวต้านที่เดียวกันถึง 3 ครั้ง พยายามทะลุขึ้นไปต่อไม่ได้ก็จะเกิดการกลับตัวลงอย่างแรงจนทะลุเส้น neckline ลงต่อไปได้ก็จะเป็นการเกิด Triple top เพื่อกลับตัวเป็นขาลง

Triple bottom ลักษณะจะเกิดการทำราคาดีดตัวไปชน แนวต้านที่เดียวกันถึง 3 ครั้ง พยายามทะลุลงไปต่อไม่ได้ก็จะเกิดการกลับตัวขึ้นอย่างแรงจนทะลุเส้น neckline ขึ้นต่อไปได้ก็จะเป็นการเกิด Triple top เพื่อกลับตัวเป็นขาขึ้น





2 ความคิดเห็น: